ข่าววันนี้

ชาวบ้านขายเหล็กไหล 389 ล้าน เจอนายทุนใช้แผน หลอกให้เสียเงินแสน (คลิป)

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 62 ที่บ้านเลขที่ 202 หมู่ 1 ต.วังมะปรางเหนือ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง ซึ่งมีนายบรรดิษฐ์ ชอบชื่น อายุ 57 ปี เป็นเจ้าของบ้าน ได้มีเจ้าของเหล็กไหลประมาณ 10 คน จากในพื้นที่ จ.ตรัง, นครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานี และพัทลุง ร่วมกันกักตัวนายบุญญฤทธิ์ อายุ 60 ปี หลังอ้างตัวว่าเป็นนายทุนใหญ่ร่ำรวยหลายร้อยล้าน และเป็นนายหน้าซื้อขายเหล็กไหลทั่วประเทศ โดยได้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ จ.ตรัง เพื่อทำการทดสอบอิทธิฤทธิ์ของเหล็กไหล

ล่าสุดนายทุนรายนี้ได้เดินทางมาทดสอบความศักดิ์สิทธิ์ของเหล็กไหล 5 องค์ มูลค่าการซื้อขายเป็นเงิน 389 ล้านบาท พร้อมเซ็นเช็คเงินสดล่วงหน้าเตรียมโอนจริงในวันทดสอบสำเร็จเป็นเงิน 5 ล้านบาท แต่ก่อนทดสอบมีหลักปฏิบัติในวงการว่า ต้องทำหลักฐานเอกสารซื้อขาย และหนังสือสัญญาการทดสอบเหล็กไหล ซึ่งต้องจ่ายเงินเปิดสัญญาโอนเข้าธนาคารชื่อนายบุญญฤทธิ์เป็นเงิน 110,000 บาท อ้างว่าเป็นหลักปฏิบัติในวงการ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเป็นค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก เพราะต้องเดินทางมาทดลองเหล็กไหล เป็นเวลา 5 วัน ระหว่างวันที่ 8-12 ก.ค.

ทั้งนี้ ในสัญญาระบุการทดสอบที่ผ่านเกณฑ์คือ จะต้องได้ไม้ขีดไฟที่จุดไม่ติดจำนวน 11 ก้าน ในระยะ 5 วันดังกล่าว ซึ่งหากจุดไม่ติดครบตามจำนวนที่ตกลงกันแล้ว จะต้องหยุดการทดลองทันที และต้องไปธนาคารทันทีเพื่อโอนเงินให้เจ้าของเหล็กไหล ให้แล้วเสร็จภายใน 5 ชม. เป็นเงินก้อนแรก 5 ล้านบาท ตามเอกสารเช็คเงินสดที่นายบุญญฤทธิ์ได้สั่งจ่ายล่วงหน้าไว้

แต่ขณะทำการทดสอบความศักดิ์สิทธิ์ของเหล็กไหลวันสุดท้าย ขาดไม้ขีดเพียง 3 ก้าน นายทุนซึ่งเป็นคนนำไม้ขีดไฟมาเอง จุดติดไฟทุกก้าน ทำให้เจ้าของเหล็กไหลซึ่งเชื่อว่าเหล็กไหลของพวกตนเป็นของแท้แน่นอน และคิดว่าถูกหลอกจากนายทุนรายนี้อย่างแน่นอน จึงนำตัวนายบุญญฤทธิ์ไปซื้อไม้ขีดไฟจากร้านสะดวกซื้อมาทดลองร่วมกัน ปรากฎว่าไม้ขีดไฟจุดแล้วไม่ติดไฟจริง จึงครบ 11 ก้าน ตามหนังสือสัญญา แต่นายทุนคงดังกล่าวไม่ยอมไปโอนเงิน 5 ล้านบาทที่ธนาคาร กลับตีรวนและทำลายหลักฐานไม้ขีดไฟที่จุดไม่ติดนำแช่น้ำ และขอเพิ่มไม้ขีดอีก 2 ก้าน ทำให้เจ้าของเหล็กไหลเชื่อว่านายบุญญฤทธิ์เป็นนักต้มตุ๋น จึงกักตัวนายทุนรายนี้ไว้ และโทรเรียกเจ้าทุกข์คนอื่น ๆ รวมทั้งโทรศัพท์แจ้งให้ตำรวจนำตัวไปดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงต้มตุ๋นที่ สภ.วังวิเศษ

แต่อย่างไรก็ตาม ตำรวจ สภ.วังวิเศษ เสียงแตก บางนายระบุว่าเข้าข่ายความผิดฉ้อโกงต้มตุ๋น เพราะมีเอกสารหนังสือสัญญา หลักฐานการโอนเงิน บางนายบอกไม่เข้าข่าย ทำได้เพียงลงบันทึกประจำวันและเจรจาไกล่เกลี่ยยอมจ่ายเงินที่รับได้รับโอนไปคืนรวมค่าเสียเวลา 300,000 บาท แต่ไม่ยอมที่จะดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงต้มตุ๋นกับนายทุนรายนี้ โดยเบื้องต้นนายทุนนำทองไปจำนำจ่ายก่อน 100,000 บาท ส่วนที่เหลือนัดจ่ายวันจันทร์หน้า

ชาวบ้าน อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า พวกตนเชื่อว่านายทุนคนนี้หลอกลวงมานานแล้ว แต่ยังจับไม่ได้ มาครั้งนี้จับได้ ต้มตุ๋นหลอกเงินนักนิยมเหล็กไหลมาทั่วประเทศ เชื่อว่าได้เงินไปไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาทแล้ว เพราะเจ้าของเหล็กไหลแต่ละรายที่นัดนายทุนมาซื้อ แต่ก่อนซื้อจะต้องทดสอบก่อน และเจ้าของเหล็กไหลหรือกลุ่มเจ้าของเหล็กไหลที่ต้องการจะขายก็ต้องโอนเงินเข้าบัญชีให้นายทุนก่อน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาทดสอบเป็นเงินครั้งละ 30,000-50,000 บาท หรือ 100,000-300,000 บาท แล้วแต่จำนวนเหล็กไหลและมูลค่าเหล็กไหลที่จะรวมกลุ่มกันมาทดสอบเพื่อขาย ที่ผ่านมาจับไม่ได้ ไม้ขีดไฟไม่เคยครบตามจำนวนที่ตกลง นายทุนรายนี้ก็จะได้เงินไปเปล่า ๆ ก็จะให้นายทุนคนอื่นติดต่อมาทดสอบอีก โดยต้องโอนเงินเข้าบัญชีเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเดินทางมาทดสอบก่อนทุกครั้ง แต่มาครั้งนี้จับได้ เพราะทุกคนบอกว่าใช้ไม้ขีดกลาง ปรากฏว่าไม่ติดไฟตามจำนวน 11 ก้าน ตามหนังสือสัญญา แต่นายทุนเบี้ยว

คลิปข่าว

ขอขอบคุณที่มาและข้อมูลจาก :siamvariety.com

Comment here