4 นิสัยที่จะนำพาชีวิตล้มเหลว

แต่สิ่งที่จะเปลี่ยนความล้มเหลวตรงนั้นให้กลับกลายเป็นประโยชน์ และเป็นสิ่งเตือนใจให้คุณกล้าที่จะลุกและก้าวต่อไปก็คือ ใจของคุณเอง ถ้าคุณล้มเหลว และลุกขึ้นเรียนรู้จากความผิดพลาด และก้าวเดินต่อไป ความล้มเหลวจะเป็นครูคนสำคัญที่ช่วยประคองคุณให้ไปได้ไกลกว่าทุกคน แต่ถ้าคุณล้มเหลวและล้มเลิก นั่นคือการเสียโอกาสครั้งสำคัญในอนาคตไปอย่างน่าเสียดาย ไปดูกันดีกว่าว่ามีนิสัยแบบไหนบ้างที่จะทำให้คุณพบเจอกับความล้มเหลวได้ง่ายกว่าคนอื่นๆ

1. โฟกัสในเรื่องแย่ๆ ไม่แม้แต่จะเรียนรู้จากมัน อย่างที่บอกไปว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้กับทุกคน อยู่ที่ว่าใครจะมองมันในมุมมองไหนต่างหาก ที่สำคัญ ถ้าคุณมัวแต่โฟกัสในเรื่องแย่ๆ และเอาแต่โทษตัวเองว่าเพราะฉันมันห่วย หรือทำงานพลาด ก็บอกกับตัวเองว่าคุณมันไม่เก่ง ไม่มีทางก้าวหน้าในชีวิตได้ ทัศนคติแบบนี้จะยิ่งกดให้ความมั่นใจในตัวเองของคุณต่ำลงเรื่อยๆ จนเมื่อถึงจุดจุดหนึ่งคุณจะไม่หลงเหลือความภาคภูมิใจใดๆ อยู่เลย ไม่มีแม้แต่ความรู้สึกอยากจะทำในสิ่งต่างๆ เพราะกลัวว่าจะผิดพลาดเหมือนทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา

2.ไม่ขอความช่วยเหลือเมื่อต้องการ เพราะคนทุกคนไม่สามารถเป็นได้ทุกอย่างที่ตัวเองต้องการ บางคนอาจเก่งเรื่องบัญชี บางคนอาจเก่งเรื่องบริหาร ซึ่งแน่นอนว่าถ้าคุณมัวแต่เสียเวลาเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเอง ก็จะมีแต่ทำให้คุณต้องเสียเวลา ปัญหาบางอย่างสามารถแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว เพียงขอความช่วยเหลือจากคนที่เชี่ยวชาญ หรือขอคำแนะนำจากคนที่รู้จริง การไม่เรียกร้องขอความช่วยเหลือทั้งๆ ที่ต้องการ ไม่ได้ทำให้เราเก่งขึ้น แต่ทำให้เราอ่อนแอลง จนพบกับความล้มเหลวในอนาคตต่างหาก

3.พูดเยอะ แต่ทำน้อย ความคิดที่ดี ไอเดียที่เจ๋ง จะไม่มีประโยชน์เลยถ้าคุณไม่ลงมือสร้างมันให้เป็นจริงขึ้นมา โดยเฉพาะกับงานอีกมากมายที่วางกองอยู่ข้างๆ คุณอาจจะพร่ำบอกทุกคนว่าคุณรู้วิธีรับมือกับมันด้วยแผนการ 1 2 3 แต่เมื่อคุณไม่ลงมือทำมัน ความล้มเหลวก็พร้อมจะคืบคลานเข้ามา จนในที่สุดก็จะไม่เหลือเวลาให้คุณได้จัดการอะไรทั้งสิ้น

4.ไม่เชื่อฟังคำแนะนำจากคนอื่น การที่คุณมีความคิดเป็นของตัวเองนั้นเป็นสิ่งที่ดี เพราะมันช่วยให้คุณเป็นคนมีไอเดีย ไม่สิ้นหนทาง และสามารถเอาตัวรอดได้ แต่ความล้มเหลวจะเข้ามาทักทายถ้าคุณมัวแต่ยึดมั่นกับความคิดตัวเองแค่เพียงอย่างเดียว โดยไม่สนใจคำแนะนำของคนรอบข้าง คำแนะนำบางอย่างจากคนอื่นอาจทำให้เรามองสิ่งต่างๆ และจัดการปัญหาได้ดียิ่งกว่า สิ่งสำคัญคืออย่ามัวปิดกั้นความคิดของตัวเอง เพราะสุดท้ายแล้วการทำงานเป็นทีม หรือฟังคำแนะนำจากคนอื่นบ้างย่อมทำให้งานออกมาสำเร็จลุล่วงได้มากกว่าอย่างแน่นอน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *