25/02/2020

ดูไว้นะ คนที่ชอบดื่มน้ำเต้าหูบ่อยๆ

น้ำเต้าหู้เป็นเครื่องดื่มที่ชาวจีนนิยมดื่มกัน ปีหลังๆนี้ ไม่ว่าในจีนหรือต่างประเทศ ก็นิยมดื่มน้ำเต้าหู้ ในจีนเกือบทุกแห่ง เราจะพบเห็นร้านน้ำเต้าหู้ และร้านค้าไม่ว่าใหญ่หรือเล็กก็มีน้ำเต้าหู้ขายด้วยเช่นกัน คนจำนวนมากเชื่อว่า น้ำเต้าหู้มีประโยชน์ทางโภชนาการมากกว่านมด้วยซ้ำ น้ำเต้าหู้ทำจากถั่วเหลือง มีกลิ่นหอมจากถั่วเหลือง รสหวานหน่อย เป็นเครื่องดื่มที่มาจากธรรมชาติล้วนๆ มีคุณประโยชน์หลายประการในการบำรุงสุขภาพ น้ำเต้าหู้อุดมด้วยโปรตีนที่ดี และสารอาหารอีกหลายอย่างที่ร่างการต้องการ

วันนี้ทีมข่าวสยามนิวส์เลยจะพามาดูว่าประโยชน์ของมัยมีอะไรบ้าง การดื่มน้ำเต้าหู้สามารถช่วยลดน้ำตาลในเลือด ลดไขมัน ลดความดันโลหิตสูง ช่วยให้จุลินทรีย์ที่ดีเจริญเติบโตในลำไส้ กระเพาะอาหารและลำไส้เคลื่อนตัว ปรับระดับอินซูลิน บำรุงสมอง เสริมภูมิต้านทาน ช่วยขับเสมหะให้ออกจากปอด บำรุงตับและไต ป้องกันมะเร็ง ชะลอวัย บำรุงม้าม โดยสำนักงานบริหารอาหารและยารักษาโรคของสหรัฐอเมริกา หรือFDAยืนยันว่า โปรตีนถั่วเหลืองเป็นสารอาหารที่มีอยู่ในอาหารประเภทไขมันต่ำไม่อิ่มตัวและอาหารคอเลสเตอรอลต่ำได้ ถ้ารับประทานโปรตีนถั่วเหลือง25กรัมต่อวัน จะลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจได้ นอกจากนี้ในน้ำเต้าหู้ยังมีสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ไฟโตเอสโตรเจน ซึ่งมีส่วนในการป้องกันโรคมะเร็งเต้านมในผู้หญิง ป้องกันโรคกระดูกพรุน และลดอาการวิตกกังวลที่อาจเกิดขึ้นได้ในวัยทอง

Loading...

แต่เมื่อไม่นานมานี้มีผลการวิจัยพบว่าการดื่มน้ำเต้าหู้ในปริมาณมากเกินไปจะเป็นผลเสียต่อร่างกาย โดยDr Lita LeeและThe Weston A Price Foundation in Washington DC USAมีผลวิจัยไปในทิศทางเดียวกันว่า การกินโปรตีนถั่วเหลืองผง30ซีซี ทุกวัน สามารถทำให้เกิดความผิดปกติที่เต้านมจากฤทธิ์ของฮอร์โมนเอสโตรเจน

ด้านWeston A Price Foundationเปิดเผยว่า ฮอร์โมนเอสโตรเจนในถั่วเหลือง ขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อและมีแนวโน้มที่จะทำให้เป็นหมัน รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดมะเร็งเต้านมในผู้หญิง เนื่องจากกระบวนการผลิตโปรตีนถั่วเหลือง ทำให้เกิดสารพิษที่เรียกว่า ไลซิโน อะลานีน และสารก่อมะเร็งชื่อว่า ไนโตรซามีน นอกจากนี้ยังมีการศึกษาการทำงานของต่อมธัยรอยด์ในคนที่กินถั่วเหลืองพบว่า ต่อมธัยรอยด์ถูกกดการทำงานและมีคอพอกในหลายงานวิจัย อีกทั้งถั่วเหลืองมีสารที่ทำให้โปรตีนจับตัวกันเป็นก้อน ที่เรียกว่าHemagglutininทำให้เม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวจับกันเป็นก้อน ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดเสียไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *